Archive ตุลาคม 2018

เครื่องประดับ เสริมโชคลาภ

เครื่องประดับ เสริมโชคลาภ

พลอยหรืออัญมณีเป็นของจากธรรมชาติที่นำมาเพิ่มพลังให้กับชีวิตได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า เครื่องประดับหรืออัญมณี
กับเครื่องราง มีความเกี่ยวข้องกันอยู่ คือ ใส่แล้วเป็นสิ่งเป็นมงคล และมีความสวยงามด้วย คนจึงนิยมใส่ติดตัวกัน
บทความนี้จะพูดถึงการเลือกพลอยตามวันเกิด เพื่อเสริมบารมี
1.พลอยประจำวันเกิด วันอาทิตย์ มักจะเป็นคนกล้าหาญ มีบุคลิกลักษณะเป็นผู้นำ เสียสละ กล้าตัดสินใจ
เครื่องประดับหรืออัญมณีที่เหมาะเป็นบริวาร ซึ่งหมายถึง ถ้าอยากให้มีบริวารดี เชื่อฟัง สีที่ควรใส่ คือ สีแดง เช่น
ทับทิม พลอยแดง ถ้าอยากอายุยืน ควรใส่ สีขาว เช่น เพชร ไข่มุกขาว หรือใส่ทับทิมล้อมเพชร สามารถใส่คู่กันได้
ส่วนอำนาจ บารมี มีคนเกรงกลัว ควรจะใส่อัญมณี สีชมพู เช่น พลอยสีชมพู ทับทิมสีชมพู
คนเกิดวันอาทิตย์ ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็น สีแดง เรียกว่า “รัตนาภรณ์” ได้แก่ ทับทิม (Ruby)
สปิเนลสีแดง (Red Spinel) โกเมนสีแดง (Granet) ทัวร์มาลีนสีแดง (Rubellite)
เพทายสีแดง (Red Zircon) เพชรสีแดง (Red Diamond)
2.พลอยประจำคนเกิดวันจันทร์คนเกิดวันจันทร์ คนเกิดวันจันทร์ ที่มักเป็นคนอ่อนไหวง่าย ช่างคิด รักอิสระ
เจ้าเสน่ห์ รักพวกพ้อง ชอบศิลปะ เป็นคนที่ขี้กังวล วิตกกังวลมากจนเกินไปในเรื่องที่ยังมาไม่ถึง
ซึ่งถ้ามองในแง่ดีก็จะเป็นคนรอบคอบ ป้องกันไว้ก่อน อัญมณีที่เป็นบริวาร ลูกหลานดี จะเป็น สีขาว ไข่มุก เพชร
ถ้าอยากมีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง ให้ใส่เครื่องประดับ สีชมพู อัญมณีที่ใส่แล้วมีอำนาจ บารมี จะเป็น สีเขียว
อย่าง มรกต หยก หินสีเขียว จะช่วยให้คนเกรงกลัว
อัญมณีที่มี สีเหลือง เรียกว่า “เศตาภรณ์” ได้แก่ บุษราคัม (Yellow Sapphire) โทแพซสีเหลือง (Yellow Topaz)
ซิทริน (Citrine) เพทายสีเหลือง (Yellow Zircon) อำพัน (Amber) หยกสีเหลือง (Yellow Jade) เพชรสีเหลือง (Yellow Diamond)
ไข่มุกสีทอง (Golden Pearl)
3.พลอยประจำคนเกิดวันอังคาร คนเกิดวันอังคาร ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่มี สีชมพู เรียกว่า
“ตามภาภรณ์” ได้แก่ แซปไฟร์สีชมพู (Pink Sapphire) เบริลสีกุหลาบ (Rose Beryl) เพชรสีชมพู (Pink Diamond)
ไข่มุกสีชมพู ( Pink Pearl) สปิเนลสีชมพู (Pink Spinel) โทแพซสีชมพู (Ping Topaz)
4.พลอยประจำคนเกิดวันพุธ กลางวัน
คนเกิดวันพุธ ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็น สีเขียว เรียกว่า “อินทนิล” ได้แก่ มรกต (Emerald)
หยก (Jade) หยกออสเตรเลีย (Chrysoprase) หยกเม็กซิกัน (Calcite) ทัวร์มาลีนสีเขียว (Chrome Tourmaline)
เพริโดต์ (Peridot) โกเมนสีเขียว (Green Garnet) เขียวส่อง (Green Sapphire)
5.พลอยประจำคนเกิดวันพฤหัสบดี คนเกิดวันพฤหัสบดี ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็นสีส้ม หรือ สีแสด
เรียกว่า “ปิตาภรณ์” ได้แก่ โอปอลไฟ (Fire Opal) หยกแดง (Red Jade) หยกแดงไต้หวัน (Carnelian)
สปิเนลสีส้ม (Orange Spinel) แซปไฟร์สีส้ม (Padparadscha)ปะการัง
6.พลอยประจำคนเกิดวันศุกร์คนเกิดวันศุกร์ ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็นสีฟ้า หรือ สีน้ำเงิน เรียกว่า
“ปภัสราภรณ์” ได้แก่ไพลิน (Blue Sapphire) โทแพซสีฟ้า (Blue Topaz) เพทายสีฟ้า (Blue Zircon)
อะความารีน (Aquamarine) ลาพิส ลาซูลี (Lapis Lazuli) เทอร์คอยส์ (Turquoise) เพชรสีฟ้า หรือน้ำเงิน
(Blue Diamond)
7.พลอยประจำคนเกิดวันเสาร์ คนเกิดวันเสาร์ ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็นสีม่วง หรือ สีดำ เรียกว่า
“กัณหาภรณ์” ได้แก่ แอเมทีสต์ (Amethyst) แซปไฟร์สีม่วง (Violet Sapphire) นิลตะโก (Black Spinel)
โอนิกซ์ (Onyx) หยกดำ (Black Jade) สตาร์ดำ (Black Star Sapphire) ไข่มุกสีดำ (Black Pearl)
ปะการังสีดำ (Black Coral)…

ล้วงลึกประวัติ ไพ่ยิปซี

ล้วงลึกประวัติ ไพ่ยิปซี

สำหรับ คำว่าไพ่ยิปซี (Gypsy) นั้น ว่ากันว่า หมายถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกว่ายิปซี
โดยที่มาของกลุ่มนี้คาดว่าจะเป็นชาวอินเดียหรือฮินดู แต่บางกระแส ก็บอกว่า เป็นชาวชิวซึ่งยังเป็นเรื่องที่สรุปไม่ได้ชัดเจนมากนัก
แต่ส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจนมาก บ้างก็ว่าถูกขับไล่ บ้างก็ว่าเร่ร่อนไปเองจนในที่สุดไปลงรากปักฐานอยู่แถวยุโรป
ในสมัยนั้นชาวยุโรปมีการเหยียดชาวต่างชาติจึงมักเรียกชาวอียิปแบบเหยียดๆว่า ยิปซี่ๆจึงเป็นที่มาของคำๆนี้แบบไม่น่าเชื่อ
จากนั้นชาวยิปซีที่เข้ามาในยุโรปได้นำเอาความรู้ความสามารถในการทำนายมาด้วยและได้เผยแพร่ให้ชาวยุโรปเมื่อนานมาแล้ว
กระทั่งไพ่นี้แผ่เข้ามาในเมืองไทย คนไทยจึงเรียกกันติดปากไพ่นี้ว่าไพ่ยิปซี จนถึงปัจจุบัน
ขณะที่ในส่วนของวิวัฒนาการของไพ่ยิป ซีเริ่มจากชาวยิปซี เมื่อก่อนจะใช้ลูกแก้วเป็นสื่อนำในการทำนาย
หลักการคือเบื้องต้นคือพยายามสะกดจิตผู้ถูกทำนายให้มีความเคลิบเคลิ้มเพื่อให้เข้าสู่สมาธิส่วนลึกจนสามารถพูดหรือ
ระลึกสิ่งที่เคยทำในอดีตไว้ได้นั้นเอง ซึ่งนับเป็นหลักการเดียวกับศาสนาพุทธ
จากนั้น พอชาวยิปซีย้ายไปอยู่ในแถบทวีปยุโรป การใช้ลูกแก้วเริ่มเป็นอันตรายต่อชาวยิปซี
เพราะในยุคสมัยนั้นชาวยุโรปและพระศาสนจักรเกรงกลัวปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ อาทิเช่น เรื่องราวของ
แม่มดพ่อมด เป็นต้น จึงทำให้ชาวยิปซีต้องเปลี่ยนวิธีการเพื่อความอยู่รอดจึงหันมาใช้ไพ่ซึ่งจับต้องได้มากกว่า
เป็นรูปธรรมกว่า และมีเหตุมีผลกว่าในสายตาชาวโลก
ส่วนที่ถามว่า ไพยิปซี แท้จริงแล้วนั้น มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่…
คาดว่ามีมานานกว่าพันปีแล้วแต่ไม่มีหลักฐานหรือการจดบันทึกที่แน่นอน
แต่หลักฐานชิ้นแรกที่ค้นพบถูกอ้างตัวขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศษและประเทศอิตาลี ต่างฝ่ายต่างแย่งกันเป็นผู้ริเริ่ม
โดยเริ่มต้นที่ปี ค.ศ.1392 หรือ 600 กว่าปีที่แล้ว ในสมัยของเจ้าฟ้าชายชาร์ลที่ 6 แห่งประเทศฝรั่งเศส
การออกแบบยังคงเป็นแบบโรมัน ยังไม่มีตัวเลขและตัวหนังสือใดๆปรากฎให้เห็นบนหน้าไพ่เลยแม้แต่ใบเดียว
หน้าไพ่ที่ปรากฎยังคงใช้วิธีการพิมพ์แบบดั้งเดิมคือ การแกะไม้ระบายสีแล้วพิมพ์ลงบนกระดาษ
ในสมัยนั้นการดูไพ่ยิปซีเป็นที่โด่งดังมากจากกรณีที่หญิงยิปซีคนหนึ่งนำไพ่ยิปซีเข้าถวายความสำราญแก่พระเจ้าชาร์ล
ที่ 6 และพระราชินีโอเด็ทท
ว่ากันว่าหญิงยิปซีคนนั้นได้ทำนายเรื่องราวความลับส่วนพระองค์ได้อย่างแม่นยำทั้งอดีตและปัจจุบันรวมทั้งได้ทำนาย
ถึงอนาคต และต่อมาคำทำนายนั้นได้รับการพิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริง จนกระทั่ง ได้รับการแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน…

อานิสงส์จากการสวดมนต์

อานิสงส์จากการสวดมนต์

การสวดมนต์ ถือเป็นการถวายพุทธบูชาอย่างหนึ่งเป็นบุญที่ได้กล่าวคำศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้
โดยมีการจำและท่องสืบกันมาจนมีการจดบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกผู้ที่ได้มีโอกาสสวดมนต์ในชีวิต ถือเป็นการเปล่งคำศักดิ์สิทธิ์ถวายเป็นพุทธเจ้า
เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าและย่อมได้บุญกุศลมากมายเกิดผลดีต่อร่างกาย
การแพทย์สมัยใหม่ได้ให้การรับรองแล้วว่า การสวดมนต์ทำให้เกิดความสุขได้
โดยขณะที่สวดมนต์นั้น ร่างกายจะหลั่งสารให้ความสุขออกมา ร่างกายก็จะแข็งแรง
ใบหน้าสดใส ครูบาอาจารย์ในสมัยโบราณถึงปัจจุบันทราบถึงเคล็ดลับลับสำคัญ
ให้สังเกตว่าท่านจะมีอายุยืนมาก และบรรพบุรุษของเรานั้นท่านสวดมนต์เป็นประจำอายุท่านจึงยืนยาว
เป็นการบำเพ็ญภาวนาอย่างหนึ่งเมื่อจิตที่มีสมาธิย่อมแจ่มใส มีกำลัง
คิดอ่านแก้ไขปัญหาอะไรก็จะทำได้ง่ายเพราะมีสติกำกับอยู่เกิดบุญจากการแผ่เมตตา
ทุกครั้งที่สวดมนต์และมีการแผ่เมตตาแก่ตนเองและเหล่าสรรพสัตว์ย่อมเกิดอานิสงส์บุญเกิดขึ้นนั่นเอง
ได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าใครที่สวดมนต์เป็นประจำ ย่อมได้รับการอวยพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ
เพราะเป็นผู้สร้างกรรมดีจากการสวดมนต์และแผ่เมตตาสร้างสิริมงคลต่อตนเอง และครอบครัว
การสวดมนต์ช่วยปัดเป่าภัยพิภัย และโรคร้าย
ทุกบทสวดมนต์นั้นมาจากอักขระที่ศักดิ์สิทธิ์ ปัดเป่าสิ่งอัปมงคลออกไปจากชีวิต
และสร้างสิริมงคลให้กับคนสวด ทำอะไรก็สำเร็จโดยง่ายสามารถแผ่บุญไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้
บทสวดมนต์ทุกบทนั้น สมารถแผ่บุญกุศลไปช่วยผู้อื่นที่เดือดร้อนได้
โดยเฉพาะหากเป็นสายเลือดเดียวกันก็จะยิ่งเร็วขึ้น เพราะมีทั้งบุญและกรรมผูกพันกันมา
อานิสงส์ที่ดังที่กล่าวมาข้างต้นคงพอจะทำให้ทุกท่านเข้าใจ เรื่อง อานิสงส์ หรือ
ประโยชน์ที่จะรับจากการสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ
ตลอดจนการแผ่เมตตาเป็นอย่างดีแล้วอย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงประโยชน์เบื้องต้นเท่านั้น
ความจริงแล้วมีอานิสงส์ที่จะได้รับทางอ้อมอีกมากมาย แต่เป็นปัจจัตตัง
หรือรู้ได้เฉพาะตัวของแต่ละคนไป สื่งสำคัญที่ต้องจำไว้เสมอ คือ ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นต้องปฏิบัติเองถึงจะได้
เป็นพื้นฐานไปสู่การก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานชั้นสูงต่อไป
เมื่อทุกท่านทราบถึงการที่จะต้องทำอย่างไรก่อนถึงจะเริ่มต้นการสวดมนต์
ที่ครบถ้วนทุกประการแล้ว ต่อไปนี้จะขอนำทุกท่านพบกับวิธีการสวดให้ชีวิตดี
สวดให้สุข สวดให้เกิดความร่ำรวยกันในลำดับต่อไป
การสวดมนต์ก่อนนอน ทำให้เกิดอานิสงค์มากมายหลายประการกับผู้สวด
โดยทำให้จิตใจสงบ นอนหลับง่าย ตื่นมาสดชื่นเบิกบาน
ดังนั้นการสวดมนต์ก่อนนอนทุกๆ คืนเป็นประจำ
เป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนควรยึดถือปฏิบัติสืบไป…